MARIA POOLERTLARP

เดรสลายทางสลับสี 2,290 บาท
กระเป๋าลายดอกไม้ประดับพวงกุญแจนก 2,290 บาท
ผ้าคาดผมสีดำลายผลไม้ 790 บาท

เดรสลายทางสลับสี 2,290 บาท
กระเป๋าลายดอกไม้ประดับพวงกุญแจนก 2,290 บาท
ผ้าคาดผมสีดำลายผลไม้ 790 บาท

ท่ามกลางบรรยากาศน่ารักแบบย้อนยุค บวกกับสีสันสดใสถ่ายรูปสวยของ Josh Hotel ที่แสนเก๋ไก๋กลางซอยอารีย์ ใครจะไปคิดว่าวันนี้ Style Notes จะโชคดี ได้มีโอกาสพูดคุยแบบส่วนตัวสุดๆ กับสาวที่เป็นที่รักของคนไทยทั้งประเทศ มิสไทยแลนด์ยูนิเวิร์สคนล่าสุด มารีญา พูลเลิศลาภ ผู้มุ่งมั่นพาตัวเองในฐานะตัวแทนประเทศไทยเข้าสู่รอบลึก 5 คนสุดท้ายของมิสยูนิเวิร์ส การเจอกับเธอวันนี้ได้ทำให้เราพิสูจน์ความจริงว่า มารีญาคือบุคคลคุณภาพ ทั้งรูปร่างหน้าตาและความคิดความอ่าน บวกกับความเป็นธรรมชาติ เป็นกันเอง และสบายๆ บรรยากาศการถ่ายแบบ และพูดคุยวันนี้จึงสบายและสนุกสดใส ต้อนรับบรรยากาศของเมืองไทยที่กำลังคึกคักขึ้นเรื่อยๆ ก่อนเข้าสู่เทศกาลสงกรานต์

เดรสลายทางสลับสี 2,290 บาท
กระเป๋าลายดอกไม้ประดับพวงกุญแจนก 2,290 บาท
ผ้าคาดผมสีดำลายผลไม้ 790 บาท

เดรสลายทางสลับสี 2,290 บาท
กระเป๋าลายดอกไม้ประดับพวงกุญแจนก 2,290 บาท
ผ้าคาดผมสีดำลายผลไม้ 790 บาท

เดรสลายทางสลับสี 2,290 บาท
กระเป๋าลายดอกไม้ประดับพวงกุญแจนก 2,290 บาท
ผ้าคาดผมสีดำลายผลไม้ 790 บาท

เดรสลายทางสลับสี 2,290 บาท
กระเป๋าลายดอกไม้ประดับพวงกุญแจนก 2,290 บาท
ผ้าคาดผมสีดำลายผลไม้ 790 บาท

เดรสลายทางสลับสี 2,290 บาท
กระเป๋าลายดอกไม้ประดับพวงกุญแจนก 2,290 บาท
ผ้าคาดผมสีดำลายผลไม้ 790 บาท

INTERVIEW

“ตอนนี้รู้สึกแบบโลกร้อนมาก
เราเห็นความเกลียด ขัดแย้ง ต่อสู้เยอะ
ตอนนี้ แล้วไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น แต่ว่า
ถ้าเราทุกคนสามารถนึกภาพนี้ออก
สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้
เราก็จะไม่ต้องมีสงครามที่ 3″

Q:หลังจากประกวดกลับมาแล้วรู้สึกมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปบ้างกับตัวเอง
A: กับตัวเองหรอ ก็คิดว่าเปลี่ยนแปลงมากสุดคือการใช้ชีวิตทุกวันค่ะ ตอนนี้ก็ได้ไปอีเวนท์ ในนามของมิสไทยแลนด์ยูนิเวิร์ส แต่ก่อนมารีญาก็ไปอีเวนท์ในนามของนางแบบ จากการพรี เซนต์ตัวเอง คิดว่ามันไม่เหมือนกัน แต่สิ่งท่ีคิดว่าเปลี่ยนท่ีสุดคือ คนจําาเราได้ค่ะ แต่ก่อนคนก็ จะคิดว่า อ๋อ เป็นฝรั่งทั่วไป แต่ตอนน้ีแบบว่าเห็นชัดมาก (หัวเราะ) เพราะสูงด้วย ไปไหนก็เห็น ทันทีเลย ก็คิดว่าอันน้ีค่ะท่ีแตกต่างมากท่ีสุด แต่ว่ารู้สึกอบอุ่นมาก รู้สึกถึงความรักของคน ไทยต้ังแต่กลับมา ที่สนับสนุน แล้วก็เชียร์ ทําาให้เรารู้สึกเราว่าไปแข่งระดับชาติจริงๆ สนุกดีค่ะ เป็นความรู้สึกที่ไม่เคยฝันถึง ก็เป็นอะไรที่อึ้งค่ะ

Q: ตอนเด็กๆ เคยฝันอยากเป็นอะไร
A: หลายอย่างมากเลยค่ะ ตั้งแต่ตอนเด็กเนี่ยจําาได้อาชีพแรกที่อยากจะทําาก็คือสัตวแพทย์ หลังจากนั้นก็อยากเป็นหมอเด็ก อยากเป็นนักบินอวกาศด้วย

Q: หมอ กับ นักบินอวกาศ?
A: ใช่ค่ะ ตอนเด็กชอบสองด้าน อันนึงก็เป็นด้านการดูแลเอาใจใส่ผู้คน เอออีกอันก็ดูเป็น วิทยาศาสตร์ เราจะได้มาจากทั้งคุณแม่และคุณพ่อ จะแต่งตัวเป็นเจ้าหญิง จะแต่งตัวเป็นแบต แมน จะมีสองด้านตลอดเลยค่ะ

Q: ถ้าเกิดสามารถย้อนเวลาไปวัยเด็กได้ อยากย้อนไปช่วงไหนมากท่ีสุด อาจจะที่สนุก ที่สุด หรือชอบที่สุด
A: คิดว่าต้องเป็นช่วง (หยุดคิด) จริงๆถ้าเราย้อนกลับไปเราอาจจะไม่ได้ย้อนกลับไปท่ีสนุก เรา จะย้อนกลับไปช่วงที่เรารู้สึก awkward มากที่สุด ช่วงที่เรากําาลังโต รู้สึกไม่เข้ากับกลุ่มไหน เลย รู้สึกแปลก รู้สึกประหลาด เพราะมันเป็นช่วงท่ีเราเรียนมากที่สุดค่ะ เราเรียนเก่ียวกับตัว เองและเกี่ยวกับคน ก็อยากจะกลับไปช่วงนั้นแล้วก็เผชิญกับมันใหม่ว่าทําาไมเรารู้สึกอย่างนั้น

Q: เหมือนกลับไป แก้ไขความคิดตัวเองอย่างงี้เหรอ
A: ไม่ได้อยากแก้ไขความคิด แต่ว่าอยากจะกลับไปดูว่า สิ่งท่ีเกิดขึ้นมันมีอะไรบ้าง แล้วทําาไมเรา ต้องรู้สึกไม่ fit in ตอนนั้นเราก็อาจจะแคร์มากแล้วก็รู้สึกเสียใจ ถ้าเรากลับไปเราอาจจะแบบไม่ เสียใจแล้วอ่ะ คือกลับไปดูว่าแบบถ้าเราไม่เสียใจล่ะ มันจะเป็นยังไง

Q: ถ้าสามารถหายตัวได้ตอนนี้อยากไปไหนมากที่สุด
A: หายตัวจริงๆมารีญาจะไม่บอกใครเลยค่ะว่าไปไหน แต่ว่าถ้าต้องเลือกที่ท่ีอยากไปจริงๆ อยากไปมัลดีฟส์ค่ะ อยู่ในใจมานานแล้วตั้งแต่เด็ก เคยเห็นรูปแล้วแบบสวยมาก

Q: ไปสิ ไปด้วยกัน
A: ไปค่ะ (หัวเราะ)

Q: แล้วปกติชอบแต่งตัวแบบไหนคะ
A: แต่งตัวสบายๆ ค่ะ ตอนนี้แฟนคลับชอบมาล้อแล้วอ่ะว่าแบบ วันนี้มารีญาจะใส่กางเกงขาด รึเปล่า จะใส่ตัวเดิมรึเปล่า หรือว่าเสื้อขน แล้วเราชอบใส่ซ้ำๆอ่ะ (หัวเราะ) เขาบอกว่าคนที่ ประสบความสําาเร็จจะเป็นคนท่ีใส่อะไรซ้ำๆกัน

Q: อ่า เหมือนอย่างมาร์ค ซักเกอร์เบิร์ก
A: ใช่ แบบมียูนิฟอร์มตัวเอง ไม่ต้องคิดมาก ใส่ๆ ไปเลย

Q: ส่วนเรื่องงานอดิเรก ปกติชอบทําอะไร
A: งานอดิเรก (คิด) จริงๆ งานถ่ายแบบเดิน แบบเป็นงานอดิเรกของมารีญา ตอนแรก ตอน เรียนไปด้วยก็มาด้านน้ีแล้วก็แบบสนุก ได้ทําา ทุกอย่างได้เจอพี่ๆ ทุกวันก็จะไม่เหมือนกัน เรา ก็จะได้แบบแอคเป็นแบบสดใสบ้าง แอคแล้วแต่ อารมณ์สไตล์ลิสต์ อันน้ีก็เป็นงานอดิเรก จริงจัง (หัวเราะ) แต่ถ้าแบบ มีวันนึงว่างๆ เลย ชอบไปนวดไทย ไปอ่านหนังสือริมสระ สบายๆ

Q: เป็นสายชิล?
A: สายชิลค่ะ ใช่ …ดูหนังอะไรอย่างน้ี

Q: แล้วชอบดูหนังแนวไหน
A: คิดว่าโดยรวมมากสุดก็น่าจะคอมมาดี้ค่ะ
แต่ว่าจริงๆชอบอะไรที่แบบทําาให้ในหัวเรารู้สึก
แบบ “What…?!” คล้ายๆ Inception อะค่ะ
ต้องแบบดูหลายๆรอบ เก้ททีละนิดทีละหน่อย
ทุกอันของ เควนติน ทารันติโน่ ชอบหมดเลย
หรือพวก Life of Pi, Grand Budapest Hotel ที่แบบภาพจะสวย หนังของ เวส แอนเดอร์สัน ชอบมากค่ะ เพราะเห็นศิลปะของเขา เห็นทุกอย่างแล้วมันรู้สึก (สูดหายใจ) โอ้! มันใช่

Q: โรงแรมนี้ก็คล้ายฉากในหนัง Wes Anderson เลยเนอะ
A: ใช่ค่ะ ชอบมาก แบบย่ิงโตแล้วยิ่งชอบอะไรท่ีเป็นดีเทลเล็กๆ ละเอียดอ่อน

Q: อะไรเป็นสิ่งที่ทําให้เราหัวเราะได้ตลอด
A: เราขําาง่ายเหมือนกัน บางทีเวลาคนทําาอะไรเปิ่นๆ หรือตลกๆ เราก็จะเป็นคนแรกเลยที่ขําา ออกมา อายมาก (หัวเราะ)

“คิดว่าแบบเวลาท่ีเรารู้สึกหลงอ่ะ
มันเป็นอะไรที่เราต้องบอกตัวเองว่า
ไม่เป็นไร รู้สึกหลงได้ ใช้เวลาในช่วงนี้
หาตัวเองให้เจอ แค่อยากให้รู้ว่า
ไม่ต้องห่วง ไม่ได้หลงอยู่คนเดียว
เราหลงไปด้วยกัน พากันหลง”

Q: เพราะเขาเอาเวลาไปคิดอย่างอื่น
A: ใช่…แต่จริงๆ เราก็ชอบใส่กางเกงค่ะ อะไรก็ได้ที่เป็นกางเกง ทะมัดทะแมงหน่อย

Q: แล้วระหว่างเรียนกับทํางานชอบทําอะไรมากกว่า
A: ทําาวิจัยนี่ไม่ค่อยชอบ แต่ชอบเรียนค่ะ ช่วงเรียนเป็นช่วงท่ีเราแบบซึมซับอะไรหลายๆ อย่าง แต่เราก็ต้องทำงานด้วย เพื่อที่จะใช้สิ่งที่เราเรียน ถ้าไม่ทำคู่กันคิดว่าจะไม่สำเร็จต้องพร้อมๆ กนั

Q: แล้วถ้าจะให้ทํางานวิจัยหลุดโลก เรื่องแรกที่มันป็อปขึ้นมาในหัวเลย อยากทําเรื่องอะไร
A: (คิดสักพัก) อยากทําาเกี่ยวกับการวัดความสุขค่ะ เพราะสมัยน้ีโลกมันมีหลายอย่างมาป่วน เรามีโซเชียลมีเดีย มีอินเตอร์เน็ต มันก็ดีระดับนึง แต่ว่ามันก็ทําาให้คนเรามีตัวเลือกมาก อยากรู้ ว่ามันทําาให้เราเครียดมากขึ้นไหม ก็อยากจะแบบมีวิจัยออกมาสักอย่างที่สามารถบอกเราได้ว่า จริงๆ เราไม่ควรใช้โทรศัพท์เกิน แบบ X ชั่วโมงต่อวันนะ จะได้ทําาให้คนแบบเริ่มใจเย็นมากขึ้น ให้ บาลานซ์ เพราะบาลานซ์ คือส่ิงท่ีเราต้องการ รวมถึงโลกเราก็เกี่ยวข้องด้วย เพราะย่ิงเราใช้ของ พวกนี้เยอะๆ พัฒนาเยอะๆ โลกเราก็ยิ่งทรัพยากรยิ่งน้อยลงๆ มันก็เชื่อมโยงกัน ถ้าทําาวิจัยคง ประมาณนี้ค่ะ ความสุขกับอะไรสักอย่างกับโลกนี่แหละค่ะ (หัวเราะ) เราควรจะลงมือทําาอะไรกัน

Q: คิดว่าโลกใน 2050 จะเปนยังไง
A: อีก 32 ปี คิดก่อน อีก 32 ปีเราก็จะ 59 ก็หวังว่าตอนน้ันเรายังมีอาหารกิน หรือว่าเราต้อง กินแมลงกัน แต่คิดว่าถ้าเราทําาทุกอย่างเหมือนเราทําาตอนนี้อะค่ะ ปี 2050 โลกเราจะไม่ดี จะมี ความเดือดร้อนเยอะ เพราะว่าทรัพยากรก็จะเร่ิมหาย คนก็จะเยอะมากขึ้นๆ แล้วคิดว่าถ้าเรา ดูประวัติศาสตร์อ่ะค่ะ ทุกครั้งที่โลกและคนเริ่มร้อนขึ้นแบบนี้ มันจะมีสงครามโลกเกิดขึ้น ท่ีจะ เหมือนทุกอย่างต้องกลับมาบาลานซ์ใหม่ ตอนนี้รู้สึกแบบโลกร้อนมาก เราเห็นความเกลียด ขัดแย้ง ต่อสู้เยอะตอนนี้ แล้วไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดข้ึน แต่ว่าถ้าเราทุกคนสามารถนึกภาพนี้ออก สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้ เราก็จะไม่ต้องมีสงครามท่ี 3

Q: มีวิธีเติมแรงบันดาลใจยังไง
A: ของตัวเอง motto ที่ชอบที่สุดเลย ง่ายมากเลยค่ะ Just do it เพราะมันเป็นอะไรที่จริงมาก ค่ะ ถ้าเราไม่ทําา ถ้าเราไม่มีแอคชั่นมันจะไม่มีอะไรเกิดข้ึน เราก็จะไม่รู้ เราก็จะไม่ไปไหน บางทีเรา ก็จะกลัวบางอย่าง หรือว่าไม่กล้าทําาโน่นทําานี่ Just do it เป็นอะไรที่ใช้ช่วงน้ีเยอะเหมือนกันค่ะ เหมือนตอนประกวด เพราะจริงๆแล้วเป็นคนที่มีอาการตื่นเวทีอยู่ แต่ก็จะบอกตัวเองว่าไม่เป็นไร เราก็ Just walk out, Just do it.

Q: จริงๆดูมั่นใจมากนะดูไม่ออกเลยว่าตื่นเวทีด้วย
A: นี่คิดอยู่ในหัวเลยว่าทําาไปเลย ทําาสิ เราไม่มีโอกาสแล้วอ่ะ มีครั้งเดียว ทําาให้ดีท่ีสุด

Q: สุดท้ายแล้ว อยากฝากอะไรให้กับน้องๆเด็กๆที่ไม่มีความฝัน หลงทาง หรือไม่กล้าฝัน
A: คิดว่าช่วงสองปีที่แล้วมารีญาก็หลงค่ะ หลงมาก รู้สึกหลงที่สุดในชีวิต แล้วพอเริ่มคุยกับ หลายๆ คนก็แบบ เอ๊ะ จริงๆ ทุกคนก็หลงเหมือนกันนะ ขนาดผู้ใหญ่ที่เราเห็นว่าประสบความ สําาเร็จมาก เขาก็อาจไม่ได้ตั้งใจเลือกเส้นทางนั้น ทุกอย่างมันมีเวลาของมัน ถ้าเราไม่รู้ว่าเราจะ ทําาอะไร เราก็ลองหลายๆอย่างเลย ลองไปเลย เพราะว่ามันจะมีบางอย่างท่ีเรารู้ว่าเราไม่ชอบ แน่ๆ เราก็โอเคปัดมันทิ้งไป แล้วก็ไปลองสิ่งต่อไป แต่คิดว่าแบบเวลาท่ีเรารู้สึกหลงอ่ะ มันเป็น อะไรที่เราต้องบอกตัวเองว่าไม่เป็นไร รู้สึกหลงได้ ใช้เวลาในช่วงนี้หาตัวเองให้เจอ แค่อยากให้รู้ ว่า ไม่ต้องห่วง ไม่ได้หลงอยู่คนเดียว (หัวเราะ) เราหลงด้วยกัน พากันหลง (หัวเราะใหญ่)

“ถ้าเราไม่ทํา ถ้าเราไม่มีแอคชั่น
มันจะไม่มีอะไรเกิดข้ึน เราก็จะไม่รู้ เรา
ก็จะไม่ไปไหน บางทีเราก็จะกลัวบาง
อย่าง หรือว่าไม่กล้าทำโน่นทำนี่
Just do it”